skip to main |
skip to sidebar
สยามรัฐ 6 เม.ย. 2552
ไม่ใช่แค่หัวข้อที่คนทั่วโลกจะสนใจเท่านั้นว่าสหรัฐยักษ์ใหญ่จะกำหนดอะไรให้กับ “ชะตาชีวิต” ของ GM General Motor และไครส์เลอร์ แต่คนไทยอย่างพวกเราก็ยังคงเฝ้าตามเหตุการณ์นี้กันอย่างวันต่อวัน เพราะธุรกิจรถยนต์ของบ้านเราก็ถูกผสมผสานกับบริษัทแม่เหล่านี้อยู่มากกว่าครึ่ง (ข้อดีอยู่ที่การยอมรับในความต่างจนกระทั่งได้ส่วนผสมอันลงตัวอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมทั้ง 2 ฝ่าย)
แน่นอนว่าบริษัท อเมริกัน รวมกับวัฒนธรรมเจ้าบ้านอย่างไทย นับว่าเป็นลูกครึ่ง (Mix Blooded) ที่มีคุณภาพมาช้านานหลายทศวรรษ และทำเม็ดเงินเป็นกอบเป็นกรรมให้กับอุตสาหกรรมเหล็ก การประกอบชิ้นส่วน ซัพพลายเออร์ ยางพารา และสร้างงานได้หลายแสนตำแหน่งในบ้านเราและกว่า 1 ล้านตำแหน่งในสหรัฐ
คำถาม คือ รัฐบาลสหรัฐ จะ “ใจแข็ง” พอที่จะนิ่งเฉย (อุเบกขา : การวางเฉย) แล้วปล่อยให้สิ่งที่เรียกว่า “Too big to fail” ล้มละลายตายไปกับตาหรือไม่!! หรือจะเป็นลักษณะประกาศล้มละลาย ยุบบางหน่วยที่มีแต่ขาดทุนและเป็นภาระไปขายทิ้งแล้วปฎิรูปใหม่ให้เล็กลง แต่ทรงคุณภาพกว่าเดิม.....เป็นไปได้ไหม?
นอกเหนือจากการสังเวยด้วยตำแหน่ง CEO ของ “ริกแวกเนอร์” ที่ถูก “บีบ” ให้
ออกจากตำแหน่งอยู่นานสองนานจนทนแรงเสียดทานไม่ไหวต้องออกไปแบบ “อาลัยรัก” หักด้าม
พร้าต้วเองแบบนี้เห็นที่ “ทิม ไกธ์เนอร์” ท่านผู้เป็นรัฐมนตรีคลังต้องตระหนักในใจ “ดังๆ” ว่า ถ้า
“แวกเนอร์” ไม่เป็นฝ่ายไป “ไกธ์เนอร์” อาจเป็นรายต่อไปในฐานะที่ “มวลชน ไม่ปลื้ม”
“มีได้มา ก็ต้องเสียไป สิ่งใดๆ ล้วนต้อง trade of”
มีลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ก็ต้องมี
เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์”
อยู่ที่ว่า....เวลารุ่งและร่วงจะเป็นของใคร...ต่างกรรม ต่างวาระ โดยแท้!!
-ทิชา สุทธิธรรม-
********************************************************
สยามรัฐ 3 เม.ย. 2552
ใกล้จะถึงวันขีดเส้นตายสำหรับเกาหลีเหนือประเทศที่ “ผู้นำ” มีความพิเศษและเป็นตัวของตัวเองอย่างสูง (อัตตา) ในชนิดที่อาจไม่ค่อยฟังใคร กำลังเตรียมการติดตั้ง จรวด (ที่อ้างว่าเป็นดาวเทียมสื่อสาร) แต่ต่างชาติ “ฟันธง” ไปตามๆ กันว่าเป็น “ขีปนาวุธพิสัยไกล” (แตโปดอง) ซึ่งถึงแม้ว่าในปีที่ผ่านๆ มา เกาหลีเหนืออาจจะไม่เคยเอาจริงสักรอบ ได้แต่ “เขียนเสือให้วัวกลัว”
แต่ก็สร้างความ “กลัวเกรงไม่น้อย” ประเดิมที่ “ญี่ปุ่น” ที่ถึงกับออกมาประกาศกร้าวว่าจะสกัดขีปนาวุธทุกชนิดที่บินได้และมาตกที่ญี่ปุ่นอาจดู “กระต่ายตื่นตูม” ไปนิด แต่ก็ถือว่ายืนอยู่บน “ความมีสติ” เต็มร้อย ส่วนเกาหลีใต้มีการเดินขบวนประท้วงถึงจุดยืนที่ไม่เห็นด้วยกับ “พฤติกรรม” ที่ไม่เป็นกุศล (อกุศลกรรม) ที่แม้จะคว่ำบาตรใส่เกาหลีเหนือไปหลายรอบก็ยังไม่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ที่หนักหน่อยเห็นจะเป็น “สหรัฐ” ที่ชัดเจนว่าจะตอบโต้แบบไม่ยั้งถ้าเกาหลีเหนือ “จุดพลังวินาศ” ให้เดือดร้อนในคาบสมุทรเกาหลี
สุดจะคาดเดาในขณะที่ประชาชนตาดำๆ ที่ยากจนจริงๆ ของเกาหลีเหนือยังต้องเก็บผัก เก็บหญ้ากินกันตาย นอกจาก “ผู้นำ” ที่จะไม่ทำอะไรเป็นประโยชน์แล้วยังเหมือนสายล่อฟ้าและ “ปลาทูเน่า” (ที่เน่าตัวเดียว ก็โดดเดี่ยวปลาทั้งเข่งได้) หมดยุคของผู้นำ “รุ่นใหญ่” ที่ฝักใฝ่แต่ “อำนาจ” และ “การเอาชนะ” คำสอนใจคนโบราณบอกว่า.....ถ้าพยายามแบบไร้สติที่จะเอาชนะใคร.....อาจจะกลายเป็น “ความพ่ายแพ้” ครั้งยิ่งใหญ่ที่ “เผาไหม้” ทั้งชาติ ทั้งคน และอนาคตในการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ดูต่อกันอีกนิดว่าวิกฤตครั้งนี้จะถึง “จุดจบ” หรือไม่!! ถ้า “รอด” ก็ดีไป เพราะการเบื่อหน่ายกับ “เกมประสาท” ยังดีกว่ามองคาบสมุทร “เกาหลี” พินาศไปกับตา!!!
-ทิชา สุทธิธรรม-
********************************************************
สยามรัฐ 2 เม.ย. 2552
เห็นด้วยมั้ยค่ะ ว่า “อดีต” เป็นสิ่งที่ลืมยากมาก โดยเฉพาะถ้ายิ่งอดีตนั้นมันทำให้คนเรา “ปวดร้าวลึก” หรือ เป็นเรื่องที่เราอาจจะไม่ผิด แต่กลับเป็นผู้ถูกกระทำ ถูก “ม้วน” เข้าไปใน “เกลียวคลื่น” แห่ง “เกมการเมือง” ในองค์กร พอ “คลื่น” กระทบฝั่ง การรับรู้และการจดจำ “อดีต” มันไม่ได้ “กระทบฝั่ง” หายตามไปด้วย.....พอลืมตาตื่นก็เดินตุปัดตุเป๋กลับบ้านไม่ถูกกันเลยทีเดียว!! แฮ่ๆ อาจจะคนละ feeling กับ “อดีตในเรื่องของหัวใจ” หรือไม่ก็แล้วแต่ แต่ละคนค่ะ
“อดีตกาล ที่ อย่าครวญคิด
เพราะชีวิต ปัจจุบัน สำคัญกว่า
ทำวันนี้ ให้ดีไว้ ใสโสภา
เพื่ออนาคต ที่ดี ที่แน่นอน”
(พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ : หลวงพี่น้ำฝน)
แปลความว่า
Don’t think too much about what you’ve been passing through,
Because “Past” is not important than “Present”,
So, keep doing your “Best” today,
If it is good today, it is good in the future.
(ทิชา สทุธิธรรม)
- ทิชา สุทธิธรรม-
************************************************
สยามรัฐ 1 เม.ย. 2552
ทำเอาชาวโลกต่างตะแคงหูฟ้งกันครั้งใหญ่เมื่อ “จีน” สร้างกระแสข่าวใหญ่ที่ถ้าเป็นจริงได้ก็คงจะสมใจ “จีน” มั่กๆ นั่นคือ “ดอด” ไปเสนอ Idea กับคณะกรรมการกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ “IMF” ในช่วงจังหวะเวลาที่ไอเอ็มเอฟกำลังล่าเงินระดมทุนจากทั้งประเทศสมาชิก โดยเฉพาะกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) “จาคะ” (การให้เพื่อเป็นทานอย่างเต็มใจ) เพราะหวังจะเอาไปกับประเทศกำลังพัฒนาที่เดือดร้อนและอยากจะ “กู้เงิน”
จีนใช้โอกาสนี้เสนอว่า ควรจะมีเงินสกุลใหม่ขึ้นมาบรรเทาหรือใช้แทน “ความเสี่ยง” ที่เกิดจาก “ดอลล่าห์สหรัฐ” เพราะความอ่อนแอของ “ดอลล่าห์” ที่เห็นชัดเจนว่าไม่สามารถจะแข็งค่าถาวรได้ “ผันผวน” ขึ้นมาเมื่อใดจิตใจของประเทศที่มีเงินถุงเงินถัง (ทุนสำรองระหว่างประเทศ) ที่ถูกเก็บเป็น “ดอลล่าห์” ก็เสี่ยง “ผันผวน” แบบเอาแน่ไม่ได้
ดังนั้นจะเสี่ยงกันอยู่ทำไม มาใช้สกุลเงินที่มีลักษณะผ่อนคลาย ผสมลักษณะอันโดดเด่นของค่าเงินหลายๆ ชาติที่อยากจะมี “เอี่ยว” ด้วยดีมั้ย จะได้เป็น “ผลประโยชน์ร่วมกัน”
โดยหลักการก็ดูเหมือนจะ Perfect…ถ้าคิด “บวก” หรือ “คิดไปข้างหน้า” อย่างเดียว ปัญหา คือ เมื่อยามเศรษฐกิจ “ตกสะเก็ด” ประเทศสหรัฐฯไอจาม ยังพอตามหา “จำเลย” ของเรื่องถูกว่า เป็นเพราะความหละหลวมของระบบการเงิน และเก็งกำไรค่าเงิน “ดอลล่าห์” หลับหูหลับตาก็ยัง “โทษ” ว่าอเมริกาผิด
แต่ถ้ากลายเป็น “ธุรกรรมหมู่” เชิดชูทุกค่าเงิน เขย่าๆ จนลงตัวเป็นเงินสกุลใหม่ ถ้าความแน่นอน “หดหาย” ป่วนเศรษฐกิจใหม่อีกรอบจะ “ตรวจสอบ” ว่า “ใครผิด” นอกจากจะ “เสียจริต” เพราะต้อง “จ้องตา” สอบกันเอง ร่วมหอลงโลง กันแล้วยังต้อง “เซ็ง” ใครจะ “เต็ง” รับผิดชอบต้อง “สอบ” กันนาน!! สามัคคีธรรมอาจไม่นำพา เสมอไป...
-ทิชา สุทธิธรรม-
********************************************************
สยามรัฐ 31 มี.ค. 2552
คนทุกคนเกิดมาก็คงต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่า “โตขึ้นจะเป็นอย่างไร” ปีหน้า เดือนหน้า วันหน้า จะมีอะไรเข้ามา หรือมีปัญหาอะไรรออยู่เบื้องหน้าให้ “ต้องแก้” ตอบยากค่ะ แม้แต่ “หมอดู” ที่แม้จะรู้ว่าคู่กับ “หมอเดา” แต่เราก็ยัง “ชอบดู” อยู่ดี ลองดูเถอะค่ะ ดูอดีต ดูง่ายกว่าเป็นไหนๆ แต่จะมีสักรายมั้ยที่จะรู้ “อนาคต” เอาแบบ แม่น มั่กๆ ดิฉันไม่เคยเจอค่ะ!!
“อนาคต” จักงดงาม สมความหวัง
หรือพลาดพลั้ง จนรันทด ไม่สดใส
แต่ก็เป็น ความฝัน อันยองใย
ที่ทำให้ มุ่งมั่น ฝ่าฟันมา
(พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ : หลวงพี่น้ำฝน)
แปลความว่า
“No matter how beautiful or bitter “the future”
will be, at least, it drives people’ s inspiration.
Undouptedly, it worths dreaming of”.
(ทิชา สุทธิธรรม)
-ทิชา สุทธิธรรม-
********************************************************
สยามรัฐ 30 มี.ค. 2252
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเชื่อว่าคนไทยกว่า 5 ล้านคนที่มีสิทธิ์ประกันตนและเงินเดือนไม่ถึง 15,000 บาท คงจะตื่นเต้นคึกคักกันไม่น้อยกับ “เช็คช่วยชาติ” (Save – the – Nation – cheques) ที่มาพร้อมกับการจัดการที่ค่อนข้างเป็นระบบและขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน (ความสำเร็จบนความธรรมชาติ) , ธรรมชาติ = ธรรมะ : สิ่งที่ง่ายและจับต้องได้มากที่สุด
แม้จะมีความตั้งใจอันดี แต่ยังรู้สึกที่จะเป็นห่วงกับ “กลลวงมิจฉาชีพ” ไม่น้อย สิ่งที่ยากที่สุดอย่าง “ธนบัตร” พี่ไทยยังปลอมได้มาแล้ว หวั่นใจกับ “เช็คใบงาม” ที่แม้จะมีวิธีเตรียมระวัง 4 ข้อเด่นๆ
1. ต้องเขียนว่า “เช็คช่วยชาติ” ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจโลก
2. สัญลักษณ์ “B” แทน “บาท” เป็นตัวนูน
3. ส่องไฟต้องเห็น “รูปดอกบัว” ของธ.กรุงเทพฯ ตรงกลาง
4. มีรอยปรุ 2 ด้าน
ก็ได้แต่ “ภาวนา” ว่า “อย่าได้มีการปลอมเลย”!!! “เช็คช่วยชาตินี้ดูเหมือนมีที่มาจาก “ไต้หวัน” ที่ก่อนหน้านี้มีการแจก “อั่งเปา” ให้ประชาชนชาวไต้หวันทุกคน 3,600 เหรียญไต้หวัน เพื่อให้ประชาชนจับจ่ายในช่วงเทศกาล “ตรุษจีน” ซึ่งต้องบอกว่า “ได้ผลน่าพอใจ” เพราะคนไต้หวัน “พร้อมใจ” ให้อั่งเปานี้เป็น “วาระแห่งชาติ” ติดป้าย “3,600” กันแทบจะทั้งเกาะให้โปรโมชั่น “ลด แลก แจก แถม” กัน แบบ “สามัคคี”
การคิดแบบ อริยสัจ 4 คือ
1. การพิจารณา ทุกข์ (ปัญกามีอะไรบ้าง)
2. สมุทัย (เหตุอยู่ที่ใด)
3. นิโรธ (แนวทางการแก้ปัญหา)
4. มรรค (วิธีดำเนินการให้บรรลุปัญหา)
ถึงจะถูกต่อว่า “เกาไม่ถูกที่คัน” หรือ “มรรค” ที่ไม่ตรงเหตุ “สมุทัย” แต่อะไร
เล่าจะน่า “appreciate” ณ ห้วงยามนี้ เท่ากับ “วิธี” เข้าถึงเงิน!! แจกเพลิน รับเพลิน ก็อย่า “เมิน” คนเบี้ยน้อยหอยน้อยที่ไม่มีร่อยรอย “ประกันตน” ชัดเจนก็แล้วกัน.....นั่นล่ะ “คนจน” ของจริง!!
-ทิชา สุทธิธรรม-
**************************************************
สยามรัญ 27 มี.ค. 2552
วันก่อนมีโอกาสไปดู Dragon Ball ภาคทันสมัยมาค่ะ ก็ถือว่าแปลกและสนุกดีน่าติดตามไม่แพ้ “การ์ตูน” ที่เราเคยติดตามตั้งแต่วัยเด็ก ดิฉันไม่ค่อยได้มีโอกาสดูการ์ตูนแนวเจ้าหญิง - เจ้าชาย สวยๆ งามๆ ซักเท่าไหร่ (เพราะโลกแห่งความจริงมันไม่ได้สวยหรูเหมือนความฝันนี่ค่ะ : Utopia โลกในอุดมคติ) อย่างไรก็ดี Dragon Ball เรื่องนี้ก็สอนให้ “รู้จักบุญคุณคน” !!!
ต้องยอมรับว่าใครมาเป็นผู้นำ โดยเฉพาะผู้นำภาคการเงินการคลังนี่ลำบากและมี “ความเสี่ยงสูง” กันทั้งนั้น แม้จะมารับตำแหน่งไม่นานอย่าง ทิม ไกธ์เนอร์ ก็ยังถูกมองว่า “ผิด” ที่ “ปล่อยให้เกิด” การจ่ายเงินโบนัสผู้บริหาร AIG และผู้นำบริษัทต่างๆ ที่เป็นระดับ “บน”
แม้ว่าจะเกิดความ “กลัว” กึ่ง “สำนึก” ที่จะมีผู้บริหารยอม “กลับลำ” “คืนเงิน” เต็มจำนวนและอาจได้เงินกลับมา “ครึ่งหนึ่ง” 75 ล้านเหรียญ จาก 165 ล้านเหรียญสหรัฐ (กำขี้ดีกว่ากำตด) ก็ตาม
แต่ร่างกฎหมายเก็บภาษี “โบนัส 90%” ที่ทางทีมงานของโอบามาเคยคิดทำเพื่อ “ไถ่โทษ” อาจมีแวว “ไม่ขลัง” เท่าช่วงแรก จะเป็นด้วยว่าโอบามาเริ่ม “รู้ตัว” ว่าหมด “ยุคฮันนีมูน” แล้วรึไม่ก็ไม่ทราบได้ เลยออกอาการ “แหยง” และว่า “อุ๊ย!! โหดไปหน่อย” และกลัวว่าอาจไป “ขัดรัฐธรรมนูญ” ได้
การเสียสละที่อาจจะมาพร้อม “การลำเอียงเพราะความรัก” ของโอบามาถูกย้ำชัดอีกรอบ เพระกระโดดมากางปีกปกป้อง “ไกธ์เนอร์” ที่ปั้นมากับมือว่า “ห้ามลาออก.....ถ้ามาขอออกก็จะบอกว่าเสียใจเพื่อนนายต้องทำงานต่อ” หนึ่งในคุณสมบัติของผู้นำ...ไม่ตัดสินการกระทำเพียงคำพูด....ในยามเศรษฐกิจ “ชำรุด” เรื่องดี – เรื่อง “บูด” คง “ปูด” มาอีก “เพียบ” เตรียม “รอได้” บทพิสูจน์อยู่ที่ใจ “หนักแน่น + มั่นใจ” บวก “ฝีปากและฝีไม้” จะยังพอ “ถูไถ” ได้ไม่ “อับจน” !!
- ทิชา สุทธิธรรม-
************************************************