skip to main |
skip to sidebar
สยามรัฐ 10 ก.ค. 2552
มันมาอีกแล้ว !!! ไม่ใช้อะไรค่ะ ตอนนี้คนเริ่มพูดถึงราคา “หมู” ขายปลีกที่กลับมา “แพง” กันอีกรอบ งานนี้คงต้องกางราคาดูกันหน่อย
ราคาหมูหน้าฟาร์มแต่เดิมประมาณ 63 บาท ต่อกิโลกรัม ตอนนี้ตกอยู่ประมาณ 55-56 บาท
ต่อกิโลกรัม (ราคาลดลงมาประมาณนึง) เมื่อจะมาเป็นราคา “หมูซีก” ที่ต้องคำนวณโดยอิงจากสูตรใหม่ของกรมการค้าภายใน โดยบวกกำไร 10 บาท “หมูซีก” จะอยู่ราคากิโลกรัมละ 66 บาท ซึ่งจะมีผลให้ราคา “หมูเขียง” อยู่ประมาณ 100-110 บาท ต่อ กิโลกรัม
แต่ปัญหาที่จะทำให้เรื่อง “หมูหมู” มัน “ไม่หมู” ก็คือ ผู้รับประทานหมูทั้งหลาย พากันร้อง “อู๊ด..อู๊ด” อุ๊ย ! ไม่ใช่ค่ะ อู๊ !! หมูขายแพงเกินราคากรมฯ ตั้งกิโลละ 20 บาท แน่ะ !!
“งานเข้า” กัน ทุกภาคส่วน ทั้ง นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ (สุรชัย สุทธิธรรม) สมาคมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพ่อค้าแม่ขาย กำลังจะ “โร่” เข้าคุยกับคุณยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน เพื่อหารือถึงราคาที่แท้จริง
ก็ถ้ามัน “ไม่หมู” กันมากนัก ก็หันไปรับประทานอย่างอื่นกันบ้างก็ได้ มีทั้ง “ไก่” ทั้ง “ไข่” ที่ไม่ต้องถามว่าอะไรเกิดก่อนเอาเป็นว่า ราคาหาซื้อได้คุ้มทั้งคู่ คุณค่าอาหารก็สูสี
“พระพุทธเจ้าสอนให้ไม่ยึดมั่นถือมั่นกับทุกสิ่ง นั่นคือเรื่องจริง” ถ้าหมูมันหยิ่งก็อย่าไปกินมัน เท่านั้นเอง !!
-ทิชา สุทธิธรรม-
**************************************
สยามรัฐ 6 ก.ค. 2552
ต้องกล่าวว่าสวัสดีและขออภัย กันเป็นประโยคแรกของบทสนทนา ทักทายคุณผู้อ่าน หน้า 27 (หน้าพระเครื่อง) อย่างเป็นเรื่องเป็นราว
สาเหตุที่หายไปนาน เพราะเกิดความเปลี่ยนแปลงและมีเรื่องให้ต้องตัดสินใจหลายประการค่ะ พอชีวิตลงตัวได้ที่ก็เริ่มนับหนึ่งกันใหม่
นับหนึ่งเขียนคอลัมน์ที่คงความเป็นเศรษฐกิจติดธรรมะ ยิ่งตอนนี้ ยิ่งต้องการธรรมะมายึดเหนี่ยวเกี่ยวใจ จะอะไร ก็เศรษฐกิจยังไม่น่าไว้ใจว่า “ฟื้นจริง”
ต้อนรับวันสำคัญทางศาสนา คือ วันเข้าพรรษาและวันอาสาฬหบูชา กันหน่อย ปกติแล้ว ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ “กระดิกเงย” การค้าทุกอย่างดูล่าถอย ยกเว้น อะไรที่ออกแนวที่พึ่งทางใจ อย่างเช่น เรื่องหมอดู เรื่องพระเจ้า หรือ พวกทำบุญเสริมดวงจะมาแรง ใช่มั้ยค่ะ
แต่กระแสครั้งนี้อาจดูไม่คึกคักนัก “ธุรกิจบุญเลยถูกเบียดบัง” อย่างเลี่ยงไม่ได้ ผู้ประกอบการที่ “ฉลาด” ก็ไม่พลาดกระแสปรับตัวสต็อกเครื่องสังฆทานกันน้อยลง customized ตามความพอใจของลูกค้าถ้าลูกค้ากระเป๋าหนักก็ดีไป แต่ถ้าลูกค้าไม่พร้อมจ่าย ก็ให้เค้าได้เลือกได้ตามชอบ
ที่สำคัญอย่าให้ “เทศกาลสร้างบุญ” เป็น “เทศกาลสร้างบาป” ทั้งผู้ซื้อผู้ขาย ต้อง “ตาไว” เครื่องสังฆทานถึง “Expiring Date” เมื่อไรอย่าได้เห็นแก่ “ของถูก” นอกจาก พระสงฆ์องค์เจ้า จะ “ทุกข์” “บุญ” ยังปลูกไม่ขึ้นอีกต่างหาก!!!
-ทิชา สุทธิธรรม-
**************************************
สยามรัฐ 8 มิ.ย. 2552
รัฐบาลคงหายใจโล่งอกไปตามๆ กัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตัดสินวินิจฉัยให้ พรก. กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ตามที่ฝ่ายค้านไปยื่นไว้ในคราวแรก เพราะมองเห็นแล้วว่าในภาวะที่เงินชาติขาดมือก็ขาดซึ่งกระสุนจะเอาไป อัดฉีด ฟื้นฟูประเทศ อันสุดจะล่าถอยด้วยหลายเหตุผลดังนี้ ประเทศไทยที่มีปัญหาการเมืองรุมเร้า และฉุดเศรษฐกิจให้ดำดิ่ง
-ความเชื่อมั่นลดลงทั้งผู้บริโภคและผู้ลงทุน
-รัฐผลักดันโครงการได้ล่าช้า
-การส่งออกและนำเข้าที่ลดลงอย่างมาก
-รายได้การท่องเที่ยวลดลง
-ธุรกิจปิดกิจการมากขึ้น/ SME อาจอยู่ได้แค่ 8 เดือน
-แนวโน้มว่างงานสูงขึ้น
-หนี้เสียสูงขึ้น กำลังซื้อลด จีดีพีหด
-รัฐจัดเก็บรายได้ไม่เข้าเป้า
-แนวทางแบ่งเบาภาระเกษตรกรมีปัญหา
ทั้งหมดทั้งปวงเลยเห็นสมควรว่า “ต้องให้ผ่าน” ผ่านแล้วก็ยังต้องสร้างความมั่นใจให้ได้ว่า 4 แสนล้าน จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง
งานนี้ไม่ “ฝ่ายค้าน” ผู้ยื่นบอก “ขอดิ้น จนตัวตาย ดีกว่าไม่ได้ ต้อน” เฮ้อ!! ก็ต้อนแล้วเค้าไม่จนมุม (ชักใบให้เรือเสีย แต่ผิดคาด) ก็ต้องไปลุ้นในที่ประชุมสภา (วิสามัญ) ละกันเนอะ ยังงัยก็ยังหลักพุทธศาสน์ ตรวจสอบได้และโปร่งใส “การเมืองมากไป – เป็นบาป” !!! ค่ะพี่ท่าน !?!
-ทิชา สุทธิธรรม-
**************************************
สยามรัฐ 4 มิ.ย. 2552
“คนที่ด้อยกว่าเรานี้มีมากเหลือ
คนที่เหนือกว่าเรานี้ก็มีถม
อย่าเย่อหยิ่งทรนงหลงงายงม
อย่าหลงชมว่าตัวเด่นจะเป็นภัย”
(พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ : หลวงพี่น้ำฝน)
“Lots of people is inferior than us,
Same as Lots of people is also superior than us,
Therefore, don’t be too proud and self – important,
Because it will do you harm in one day.”
(ทิชา สุทธิธรรม)
ทิชา สุทธิธรรม
***************************************
สยามรัฐ 2 มิ.ย. 2552
“เพียงหยาดฝนจากฟ้ามาสู่พื้น
ดินชุ่มชื่นก่อเกิดกำเนิดผล
เริ่มชีวิตคิดใหม่ใจอดทน
เกิดเป็นคนต้องสู้รู้ทำดี”
(พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ : หลวงพี่น้ำฝน)
“When rain drops fall , Earth is fertilized.
Comparing to human, being a strong fighter with
a clean heart because life goes on.”
(ทิชา สทุธิธรรม)
ทิชา สุทธิธรรม
***************************************
สยามรัฐ 1 มิ.ย. 2552
กระแสของการเปิด เออร์ลี่ รีไทร์ หรือสมัครใจลาออกยังไม่จางหายไป เพราะล่าสุด หน่วยงานที่ถือเป็นเสาหลักแห่งวงการตลาดทุนก็ต้องหันมาใช้นโยบายนี้เช่นกัน ไม่ใช่ด้วยว่าขาดแคลนทุนรอนถึงกระทั่ง “ถังแตก” แต่ “มันจำเป็น”
1 สิ่งของกฏการปรับตัวในยามเศรษฐกิจตรึงเปรี๊ยะ ถ้าเป็นโรงงานก็คือ ต้อง ลดกำลังการผลิต ลดเงินเดือน ลดโบนัส ไปจนถึงปลดคนออก
กฏของการปรับตัวก็กินรวบมาถึง “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” ที่เริ่มจะ Down Size ลดขนาดขององค์กรลง เริ่มจากจะเลิกจ้างพนักงานชั่วคราวให้สิ้นสุดที่เดือนมิถุนายน
สำหรับคนที่เป็นลูกหม้อมานานเกิน 15 ปี เปิดโอกาสให้สมัครใจลาออก โดยอาจให้ เงินเดือน 36 เดือนด้วย จะว่าให้โอกาสคนเก่าแก่....นั่นก็ใช่ ที่ยังพอนึกชมเชยในใจ คือ การลดคนครั้งนี้จะไม่กะเกณฑ์จำนวนคนที่ให้สมัครใจออก ซึ่งแปลว่าจะไม่มีการ “บีบให้คนออก” ตามมา
แต่ถ้าถามว่าจะเศร้ากันไหมก็คงจะหลายความรู้สึก เพราะจะต้อง รับพนักงานใหม่ที่อ่อนเวทีทำงาน เกรดน้อย ด้อยประสบการณ์มาแทนที่ ทางตลาดฯ แบกไม่ไหว ต้องลดคุณภาพ ลงไป เพราะคนมาใหม่ยังต่องานไม่ติด “งาน” อาจจะเดินได้ไม่ทันใจ แต่หวังว่า คงไม่สายไปสำหรับยุคใหม่ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่รอวัน “ใกล้ฟื้นตัว” “พุทธศาสนา สอนให้ “อิ่มเอมในความพอดี พอตัว และพอเพียง”
-ทิชา สุทธิธรรม-
**************************************
สยามรัฐ 29 พ.ค. 2552
เมื่อสองสามวันก่อน คนไทยที่สนใจเรี่องเศษฐกิจปากท้องก็ต้องรู้สึก ช็อก ไปตามๆ กัน เมื่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี (GDP) ติดลบไปถึง ร้อยละ 7.1 มีเพียงตัวเลขทางภาคเกษตรเท่านั้นที่พอกู้หน้าได้ ถึงแม้ว่าจะไม่มากจนน่าชื่นใจ แต่ถูๆ ไถๆ ก็ยังไปได้ถึง ร้อยละ 3
อันที่จริงไม่ต้องพิเคราะห์อะไรกันลึกซึ้งก็พอจะมองออกว่าอย่างไรเสียก็ต้องติดลบ เพราะได้อิทธิพลมากจากเหตุการณ์วุ่นๆ ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วและตัวเลขส่งออกที่ลบมากถึง 3 เดือน ติดต่อกัน แต่ที่ผิดคาด คือ จากที่ควรจะติดลบไม่เกินร้อยละ 4 พี่ท่านดันทะลุไปถึงร้อยละ 7.1 ซึ่งเป็นการขยายตัวต่ำรุนแรงที่สุดในรอบ 7 ปี นี่สิ เล่นเอาใจหาย แถมต้องรอลุ้นการผ่าน พรก.กู้เงิน อีก 4 แสนล้านบาท พาลให้คิดไปว่าถ้าออกมาไม่ได้จริงๆ จะเอาเงินที่ไหนมากระตุ้นเศรษฐกิจ
อีก 1 เรื่องก็เห็นจะเป็น อาการของ แบงค์เมืองนอกที่ เข้าข่ายมีความเสี่ยงจากบททดสอบสถานะแข็งแกร่งทางการเงิน (Stress Test) ที่ตอนนี้บางแห่งที่ได้กู้เงินไปต่อลมหายใจกันไป เริ่มออกอาการดิ้นหาเงินและปลอบใจตัวเองว่า “พอไปได้” ระดมทุนกันยกใหญ่ เช่น ขายหุ้นที่เคยช้อนซื้อแหล่งอื่นๆ บ้าง เพิ่มทุนกันอีกรอบบ้าง
ด้วยเหตุผลที่ว่า อยากทยอยส่งคืนเงินกู้มาให้แบงค์ชาติเค้าซะ เพราะดอกเบี้ยสูงเหลือเกิน (5%) แถมอำนาจบริหารจัดการอาจไม่คล่องตัว เงินทองเข้าออกก็ต้องบอกผู้ใหญ่ของแบงค์ชาติสหรัฐ จนแทบกระดิกตัวไม่ได้ จะเข้าข่าย “สู้จนตัวตาย – ยังมีไฟ – หรือไม่ยอมรับความจริง” (หลอกคนอื่นหลอกได้ แต่หลอกตัวเองไม่ได้) ก็สุดแท้แต่ ดิ้นกันไม่กลัว “เมื่อย” หวังว่าคงไม่ “เหนื่อย” ฟรี !!!
-ทิชา สุทธิธรรม-
**************************************